เมื่อวานนี้เสียเงินเยอะมาก พันกว่าบาทกับเด็กผู้ชายสองคน
ก่อนออกจากบ้านมีแผนไว้เพียบ
ต้องเอาชุดครุยไปคืน แล้วก็แวะไปสน.ห้วยขวาง แล้วไปถอดเล็บ
แต่สุดท้าย พอเท้าก้าวเข้าบ้านปุ๊บ เปิดคอมมา พี่มี่บอกว่าน้องไปตึกนะคะ
เท่านั้นแหละที่คิดไว้ไม่ได้ทำซักอย่างเดียว
ก็ออกจากบ้านไปซื้อข้าวที่ฟูจิให้น้อง เห็นว่าเที่ยงพอดี
อุตส่าห์มาถึงตึกก่อนน้องนะ แต่ดั๊นไม่ทันตอนขึ้นลิฟท์
เจออีกทีข้างบน พอยื่นข้าวให้ ไมค์ถามว่าอะไร
ก็บอกไมค์ว่าข้าว ไมค์ก็เอามือจับท้องทำตัวงอ
แล้วพูดว่า "โห กินมาซะอิ่มแล้วเลยอ่ะ" แล้วก็หัวเราะ
แป่ว... เลยบอกน้องว่าไม่เป็นไร เก็บไว้ได้
ไมค์ก็เลยฝากยามเอาเข้าไปให้พี่แพร์ เพราะตัวเองจะลงไปเล่นฟิตเนส(มั้ง)
รอไปรอมา ก็เห็นว่า เอาวะ ไปหาร้านทำเล็บแถวนี้ละกัน
พอนั่งมอไซค์ออกไปอยู่ที่ร้าน หมูโทรมาบอกว่าน้องอยู่ตึก
เราก็ อ้อ... รู้แล้วแหละ แต่บอกให้พี่จุ๊บโทรหาหมูแล้วยังไม่ได้โทรซะงั้น
ขณะนั่งรอ ยังไม่ได้ทำเพราะช่างไม่ว่าง
ยุ่งโทรมาบอกว่า เดี๋ยวน้องจะลงมาที่ล้อบบี้ทำอะไรซักอย่าง
อ้าว กรูก็เสียค่ามอไซค์อีกรอบ กลับมาที่ตึก เวรกรรมจริงๆ
ไปถึงก็เห็นมีเจ้าหน้าที่ถือกระเช้าดอกป๊อบปี้
ก็พูดเล่นกับพี่มี่ว่า สงสัยน้องมาขายแน่เลย แต่ตอนแรกไม่ได้คิดว่าจริงนะ
พอน้องลงมา ไมค์มาก่อน ก็โบกมือให้ไมค์ ไมค์ก็โบกคืนให้
และแล้ว สองหนุ่มก็ไปขายดอกป๊อบปี้จริงๆด้วย แม่เจ้า...
พี่ที่เป็นคนจัด ก็มาเรียกให้เข้าไปหาน้องใหญ่เลยอ่ะ
มีการแอ๊คท่า ถ่ายทั้งกล้อง ทั้งวีดีโอ
แล้วแบบ ตอนแรกยุ่งก็มือสั่น กอล์ฟก็เลียนแบบส่งดอกไม้ให้มือสั่นบ้าง
คือ ยุ่งก็คงไม่ได้อยากเสนอหน้าเข้าไป แต่โดนทุกคนผลัก ฮ่าๆๆๆ
จังหวะนั้นคือ ทุกคนควักแบงก์ร้อย
ทั้งพี่มี่ พี่กี้ น้องนิ่ม ยุ่ง เรา
พอเราหยอดแบงก์ร้อยไป ไมค์ก็พูดว่า "โห ให้ร้อยนึงเลย"
ขอบอกว่าไม่กล้ามองหน้าไมค์ตรงๆ รู้สึกเขินมาก ไม่รู้เขินบ้าอะไร
ไมค์ก็ยื่นช่อดอกไม้มาให้
คือ มันจะมีเป็นช่อ 3 ดอก ช่อละ 40 บาท
ไมค์ก็ยื่นอันนั้นมาให้ แล้วก็ยิ้มหวานแบบขายของอะไรทำนองนั้น
ตอนนั้นคือ แบบ โอย กรูตายดีกว่ามั้ย
แล้วกอล์ฟก็เอามาให้อีกดอกนึง กอล์ฟน่ารักมาก
ตอนพี่เค้าจะถ่ายรูป กอล์ฟก็บอกว่า "อันนี้เป็นการเป็นงานใช่มั้ย"
กอล์ฟก็ชูสองนิ้ว แล้วพูดว่า "แบบนี้ไม่ได้ใช่มั้ย" แล้วก็ขำ
เสร็จจุดแรกไป ขณะกำลังเดินอยู่ มีคนมาขอถ่ายรูป
กอล์ฟก็เหมือนจะพูดว่า ไม่ได้หรืออะไรซักอย่าง แล้วก็จะเอาดอกไม้จิ้มเค้า
พอเงยหน้าขึ้นมา กอล์ฟก็ "เฮ้ย... ขอโทษครับ นึกว่ายุ่ง"
คือ คงอารมณ์ว่าจะกวน แต่เข้าใจผิดว่าคนนั้นเป็นยุ่ง
คนที่มาขอถ่ายงงไปเลย
แต่ก็ได้ถ่ายไป แหม... อยากถ่ายบ้าง ณ จุดนี้
ค่อยๆมูฟไปเรื่อยๆ สังเกตว่า จะมีแต่สาวๆมาซื้อ (ของมันแน่อยู่แล้ว)
น้องน่ารักดี เวลาหันไปหันมาแล้ว สบตากับพวกเราซึ่งแบบยืนห่างมาก
ก็จะยิ้มให้ รู้สึกดีมากมาย
จะบอกว่า อาจจะเก็บรายละเอียดไม่หมด ค่อนข้างจะมองแต่ไมค์อีกตะหาก
พอน้องขึ้นไปแล้วก็กรี๊ดกันอยู่ห้าคน
ทุกคนต่างรู้สึกคุ้มที่โดดงาน โดดเรียน และโดดธุระจำเป็น ฮ่าๆ
สรุปว่า ดอกไม้ 50 บาท แต่จ่ายไปร้อยนึง
ไม่เป็นไร ทำบุญเนาะ
เสียดายไม่มีกล้อง ก็ถ่ายมือถือกันเรื่อยเปื่อย
รู้สึกอยากมีกล้องเล็กๆติดกระเป๋าซักอันเลย เจองานนี้เข้าไป
ไม่รู้มาก่อนจริงๆ ก็แค่คิดว่า ไปรอเจอหน้าน้องที่ตึกก็พอใจแล้ว
 
รอน้องกลับ ก็เรียกว่าผ่านไป 7 ชม.แล้ว
พอน้องลงมาเราก็เข้าไปบอกกอล์ฟว่าขอถ่ายรูปได้มั้ย
กอล์ฟก็บอกว่า "ได้มั้ย ก็ต้องขอไมค์นะ"
เอิ่ม... ขอซื้อได้ป่ะมุขนี้
ก็ถ่ายแบบยืนตรงกลาง มีกอล์ฟไมค์สองข้างจนครบทุกคนกันไป
ระหว่างนั้น พี่แพร์บอกว่าเร่งมือนะคะเด็กๆ
กอล์ฟก็สะบัดมือตัวเอง แล้วบอกว่า นี่ไงเร่งมือ
พอมือถือค้าง แล้วใครซักคนพูดว่า กด Back
เป็นจังหวะที่ยุ่งกำลังจะเข้าไปถ่าย
กอล์ฟก็บอกว่า "นี่ไง Black" (โดนตลอด)
ปิดท้ายคือ ยุ่งไปคุยกับไมค์ แต่อันนี้ไม่ได้ยินเอง เลยไม่ขอเล่า
แต่ที่ได้ยิน คือ พี่จุ๊บเอากล้องหน้าของมือถือถ่ายรูปคู่กับกอล์ฟ
แล้วพอถ่ายเสร็จ กอล์ฟก็พูดว่า "กล้องนี้กอล์ฟถ่ายแล้วดูดีนะเนี่ย"
พี่จุ๊บตอบว่า กอล์ฟก็ดูดีอยู่แล้ว
จบก็บ๊ายบายกันไป
 
หลายๆคนอาจจะแฮปปี้กลับบ้าน
แต่เราถึงกับต้องโทรถามพี่จุ๊บว่า เราคิดมากไปเองรึป่าววะ
เพิ่งจะให้สัมภาษณ์พี่เค้าไป
ว่าการอยู่เป็นกลุ่มแฟนคลับแบบนี้ เมื่อมีอะไรที่เราเห็นว่าไม่ดีก็ต้องเตือนกัน
ซึ่งจริงๆ คนที่โดนเตือนก็เตือนอยู่อย่างนั้น แต่แก้ไม่หาย
เราก็เข้าใจแหละว่าการแสดงออกกับน้องของแต่ละคนฝังรากลึกไปแล้ว
จะให้แก้เลยก็ทำไม่ได้
เมื่อก่อน เราไม่รู้ว่าน้องรู้สึกยังไงจริงๆกันแน่
แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ เรารู้ น้องเองก็พูดแล้วว่า ไม่ชอบ
แล้วสำหรับเรา ทุกคำที่น้องพูดก็แปลว่ามีความสำคัญ มีความหมายทั้งนั้น
แม้จะต้องพูดตรงๆว่า เราอาจจะไม่ได้รักกอล์ฟเหมือนที่รักไมค์
แต่เราก็แคร์ความรู้สึกนึกคิดของกอล์ฟไม่น้อยกว่าไมค์เลย
เป็นเพราะว่าไมค์เป็นคนที่ไม่พูด เพราะน้องกลัวแฟนคลับเสียใจ
ในขณะที่กอล์ฟจะสื่อออกมาเหมือนพูดเล่น แต่มันไม่เล่นเสมอไปหรอก
สรุปแล้ว ถึงจะไม่ใช่ตัวเองที่โดนไม่ชอบ
แต่ก็ไม่อยากให้เป็นคนในกลุ่มที่โดนนะ
อยากจะให้แก้ไข แล้วอยู่ร่วมกันไปอย่างมีความสุข
อย่างที่เค้าว่ากันว่า ทำดีกี่ร้อยครั้งก็ทดแทนความผิดครั้งเดียวไม่ได้
บางทีคนเราก็ไม่ได้เลือกจำสิ่งดีๆที่ทำให้เค้าเสมอไป
แต่พอทำไม่ดี ก็จำไปจนวันตายเลยทีเดียว
ดังนั้น แก้นิสัยเสียแต่วันนี้ดีที่สุด